- บทนำ
- บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) และบริษัทในเครือ ยึดมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทต่อต้านการทุจริตให้สินบนและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบด้วยตระหนักดีว่า การทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่นนั้น เป็นภัยร้ายแรงที่ทำลายการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม รวมทั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
- คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในการกำกับดูแลกิจการภายในกรอบของการมีจริยธรรมที่ดีสร้างความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ โดยยึดหลักเป็นวัฒนธรรมและค่านิยมหนึ่งในองค์กร
- บริษัทได้เข้าร่วมลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการ ทุจริต” โดยจะร่วมมือกับภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานการ ประกอบธุรกิจที่ใสสะอาด
- วัตถุประสงค์
- เพื่อแสดงออกถึงจุดยืนของบริษัทในการต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่นอย่างสิ้นเชิง
- เพื่อกำหนดเกณฑ์และแนวปฏิบัติป้องกันมิให้บริษัทและพนักงานฝ่าฝืนกฎหมายต่อต้านการทุจริตให้สินบน และการคอร์รัปชั่น
- เพื่อกำหนดขั้นตอนการสอบทานและกำกับติดตามให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้
- เพื่อสนับสนุนให้พนักงานเฝ้าระวังและรายงานการพบเห็นการทุจริตให้สินบนหรือคอร์รัปชั่น ผ่านช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย
- ขอบเขต
นโยบายฉบับนี้บังคับใช้กับ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน (รวมเรียกว่า “พนักงาน”) ของบริษัท
บริษัทคาดหวังให้ตัวแทนและตัวกลางทางธุรกิจอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องหรือกระทำการในนามบริษัทปฏิบัติตามนโยบายนี้
- คำนิยาม
“การคอร์รัปชั่น” หมายถึง การให้และ/หรือรับสินบนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ โดยการเสนอให้ สัญญาว่าจะให้ มอบให้ ให้คำมั่นว่าจะให้ เรียกร้อง รับ หรือยอมจะรับซึ่งเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือการเอื้อประโยชน์อื่นใดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของเอกชน หรือผู้มีหน้าที่ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อให้ หรือจูงใจให้บุคคลดังกล่าวกระทำ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการให้ได้มาหรือรักษาไว้ซึ่งธุรกิจ หรือแนะนำธุรกิจให้กับบริษัทโดยเฉพาะ หรือเพื่อให้ได้มาหรือรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสมทางธุรกิจ หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว เพื่อน คนรู้จัก หรือบุคคลใกล้ชิด หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
“การทุจริต” หมายถึง การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยหน้าที่หรือด้วยกฎหมาย ของกรรมการและพนักงาน ทั้งของบริษัท ของลูกค้า และของคู่ค้า หรือคู่สัญญาของบริษัท อาทิ การทำหลักฐานการเงินเป็นเท็จ การนำทรัพย์สินของบริษัทไปใช้ส่วนตัว การเบียดบัง การยักยอก ฉ้อโกง การกระทำในลักษณะที่มีการขัดกันของผลประโยชน์
การให้หรือรับสินบนและการคอร์รัปชั่น อาจกระทำได้หลายรูปแบบ เช่น
- การช่วยเหลือทางการเมือง
- การบริจาคเพื่อการกุศล
- การให้เงินสนับสนุน
- ค่าของขวัญ ค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
- ค่าอำนวยความสะดวก (Facilitation Payments)
- การจ้างพนักงานรัฐ (Revolving Door)
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
นโยบายฉบับนี้ กำหนดความรับผิดชอบให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน เพื่อร่วมกันต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ดังนี้
- คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นของบริษัทในภาพรวม ตลอดจนพิจารณาและอนุมัตินโยบายที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นผู้นำที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อต้านการคอร์รัปชั่นเพื่อแสดงจุดยืนให้แก่พนักงานของบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจ และสาธารณชน
- คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลระบบการควบคุมภายใน ระบบบัญชีและรายงานทางการเงิน สอบทานรายงานการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการต่างๆ มีการกำหนดการควบคุมภายในอย่างเหมาะสมและมีการนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมภายในที่คำนึงถึงความเสี่ยงในการเกิดการคอร์รัปชั่น
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแล ให้ข้อเสนอแนะ และสนับสนุนให้มีการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชัน รวมทั้งให้มีการทบทวนและติดตามมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม รวมถึงมีความเป็นปัจจุบัน
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลและสื่อสารไปยังพนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งมอบหมายให้มีการจัดการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบาย และแนวปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแก่พนักงานของบริษัทในทุกระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานมีความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอ และสามารถนำนโยบายฉบับนี้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ฝ่ายตรวจสอบภายใน มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการสอบทานระบบการควบคุมภายในของบริษัท ตลอดจนการสอบทานการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่มีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และเพียงพอต่อความเสี่ยงด้านการคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้น และรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
- ฝ่ายบุคคลและธุรการ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการ จัดทำแนวทางและช่องทางในการสื่อสารเพื่อปลูกจิตสำนึกแก่บุคลากรของบริษัทในเรื่องการต่อต้านการทุจริต จริยธรรม รวมถึงจัดให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบาย และแนวปฏิบัติต่างๆ แก่พนักงานเพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอในการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ยังกำหนด จริยธรรม เงื่อนไขและข้อบังคับเกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชั่นเป็นส่วนหนึ่งในสัญญาว่าจ้างพนักงาน รวมถึงเป็นดัชนีชี้วัดในแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน
- ฝ่ายจัดซื้อ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือคู่ค้าทางธุรกิจ มีการจัดทำทะเบียนประวัติคู่ค้า โดยเฉพาะผู้ขาย ผู้รับเหมาและผู้ให้บริการแก่บริษัท และสื่อสารนโยบาย แนวปฎิบัติและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจหรือคู่ค้าทางธุรกิจ ให้รับทราบและปฎิบัติตามนโยบายฉบับนี้
- ผู้บริหารทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบทำให้มั่นใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตนได้ตระหนักถึงและมีความเข้าใจนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นฉบับนี้ โดยได้รับการอบรมอย่างพอเพียงและสม่ำเสมอ
- พนักงานจะต้องทำความเข้าใจหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตของตนเอง และปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นฉบับนี้ กรณีมีข้อสงสัยหรือพบเห็นเหตุการณ์ทุจริตหรืออาจเป็นการทุจริต หรือการฝ่าฝืนนโยบายฉบับนี้ จะต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชา หรือแจ้งผ่านช่องทางการแจ้งเบาะแสที่กำหนดไว้ตามนโยบายให้ข้อมูลการกระทำผิดและการทุจริต การสอบสวน และการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลของบริษัท รวมทั้ง ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือเมื่อได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือในกระบวนการสอบสวน
ทั้งนี้ บริษัทถือเป็นหน้าที่ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่จะต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น แนวปฏิบัติ และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายฉบับนี้ โดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบาย แนวปฏิบัติ และระเบียบต่างๆ อาจนำมาซึ่งการลงโทษทางวินัยได้
- นโยบายและแนวทางปฏิบัติ
บททั่วไป
- บริษัทมีนโยบายต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่นอย่างสิ้นเชิง (Zero-Tolerance Policy) และถือปฏิบัติตามกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย
- บริษัทจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นทั้งทางตรงและทางอ้อมและมุ่งมั่นที่จะนำระบบที่มีประสิทธิผลมาใช้ในการต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่น
- พนักงานของบริษัทต้องไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้ได้มาหรือคงไว้ซึ่งธุรกิจหรือข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยพนักงานจะต้องไม่ดำเนินการให้/รับสินบนแก่/จากเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน เช่น บุคลากรของบริษัทต่างๆที่มีธุรกรรมร่วมกับบริษัท ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้ได้มาหรือคงไว้ ซึ่งธุรกิจหรือข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน
- บริษัทมีการกำกับดูแล ควบคุม ป้องกันและติดตามความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นเพื่อให้มั่นใจว่ามีระบบควบคุมภายในที่มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อความเสี่ยงจากการทุจริตและคอร์รัปชั่น
- บริษัทจัดให้มีการสื่อสารและฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องแก่พนักงาน เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันการให้/รับสินบน และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม รวมทั้ง ยังมีการสื่อสารไปยังคู่ค้าทางธุรกิจ และสาธารณชน ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อทราบและนำมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันไปปฏิบัติ
6.1 การช่วยเหลือทางการเมือง
การให้ความช่วยเหลือทางการเมือง (Political Contributions) หมายถึง การช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงินหรือรูปแบบอื่น เพื่อเป็นการช่วยเหลือ สนับสนุนหรือเอื้อประโยชน์อื่นใด แก่พรรคการเมือง นักการเมือง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทางการเมือง ตลอดจนกิจกรรมทางการเมืองไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม บริษัทจึงกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการช่วยเหลือทางการเมือง กระบวนการสอบทานและรายละเอียดการควบคุม ดังต่อไปนี้
- บริษัทไม่มีนโยบายในการสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือทางการเมือง ทั้งการเงิน สิ่งของ และ/หรือการเข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนการส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในนามของบริษัทเพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางธุรกิจการค้า ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการที่พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมตามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล
- บริษัทมีนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ทางการเมืองหรือนักการเมืองมืออาชีพที่สังกัดพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง และจะไม่นำเงินทุนหรือความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นใดไปเพื่อเป็นการช่วยเหลือทางการเมืองตามความหมายในข้างต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ
6.2 การบริจาคเพื่อการกุศล
การบริจาคเพื่อการกุศล หมายถึง การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินของบริษัทเพื่อการกุศล โดยมิได้เป็นไปเพื่อคาดหวังผลประโยชน์ อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อบริษัทเนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผลตอบแทนที่มีตัวตนและอาจจะใช้เป็นข้ออ้างหรือเส้นทางสำหรับการคอร์รัปชั่น และเพื่อให้มั่นใจว่าการบริจาคเพื่อการกุศล เป็นไปอย่างโปร่งใส บริษัท จึงกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริจาคเพื่อการกุศล กระบวนการสอบทาน และรายละเอียดการควบคุมไว้ดังต่อไปนี้
- การบริจาคเพื่อการกุศล ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล สอดคล้องกับนโยบายที่เกี่ยวข้องของบริษัทและต้องกระทำในนามบริษัทเท่านั้น
- ต้องพิสูจน์ได้ว่า มีกิจกรรมตามโครงการเพื่อการกุศลดังกล่าวจริง และมีการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้วัตถุประสงค์ของโครงการประสบผลสำเร็จ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง
- ต้องพิสูจน์ได้ว่า การบริจาคเพื่อการกุศลดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ต่างตอบแทนให้กับบุคคลใดหรือหน่วยงานใด ยกเว้นการประกาศเกียรติคุณตามธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป เช่น การติดตราสัญลักษณ์ (Logo) การประกาศรายชื่อ ณ สถานที่จัดงานหรือในสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์อื่น เป็นต้น
- ในการบริจาคเพื่อการกุศล จะต้องจัดทำแบบคำขอการบริจาคเพื่อการกุศล การให้เงินสนับสนุน และการให้อื่นๆ (เอกสารแนบ 1) โดยระบุชื่อผู้รับบริจาคและวัตถุประสงค์ของการบริจาคพร้อมแนบเอกสารประกอบทั้งหมดเสนอให้ผู้มีอำนาจอนุมัติของบริษัทพิจารณาอนุมัติตามระดับอำนาจอนุมัติของบริษัท
- ต้องติดตามขอหลักฐานการบริจาคเพื่อการกุศล เช่น หนังสือขอบคุณ หรือ ใบอนุโมทนาบัตร หรือ ใบเสร็จรับเงิน เพื่อส่งมอบให้ฝ่ายบัญชีและการเงิน
6.3 การให้เงินสนับสนุน
เงินสนับสนุน หมายถึง เงินที่ได้ให้หรือได้รับ สิ่งของที่ได้ให้หรือได้รับ หรือผลตอบแทนอื่นใดที่จะสามารถคำนวณได้เป็นตัวเงิน จากลูกค้า คู่ค้า หุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจ ในการส่งเสริมตราสินค้า หรือชื่อเสียงของบริษัท เงินสนับสนุน มีความเสี่ยง เนื่องจากเป็นการจ่ายเงินสำหรับการบริการหรือผลประโยชน์ที่ยากต่อการวัดผลและติดตาม เงินสนับสนุนอาจถูกเชื่อมโยงไปเกี่ยวข้องกับการให้สินบน บริษัทจึงกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินสนับสนุน กระบวนการสอบทานและรายละเอียดการควบคุมรวมทั้งการประเมินผลที่ได้รับไว้ ดังต่อไปนี้
- ต้องพิสูจน์ได้ว่า ผู้ขอเงินสนับสนุนได้ทำกิจกรรมตามโครงการดังกล่าวจริง และเป็นการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้วัตถุประสงค์ของโครงการประสบผลสำเร็จ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง
- ต้องพิสูจน์ได้ว่า การให้เงินสนับสนุนหรือประโยชน์อื่นใดที่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้เช่น การให้ที่พักและอาหาร เป็นต้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ต่างตอบแทนให้กับบุคคลใด หรือหน่วยงานใด ยกเว้นการประกาศเกียรติคุณตามธรรมเนียมธุรกิจทั่วไป
- ในการให้เงินสนับสนุน จะต้องจัดทำแบบคำขอการบริจาคเพื่อการกุศล การให้เงินสนับสนุน และการให้อื่นๆ (เอกสารแนบ 1) โดยระบุชื่อผู้รับการสนับสนุนและวัตถุประสงค์ของการสนับสนุนพร้อมแนบเอกสารประกอบทั้งหมดเสนอให้ผู้มีอำนาจอนุมัติของบริษัทพิจารณาอนุมัติตามระดับอำนาจอนุมัติของบริษัท
- ต้องติดตามขอหลักฐานการให้เงินสนับสนุน เช่น หนังสือขอบคุณ หรือ ใบเสร็จรับเงิน หรือ ภาพถ่ายกิจกรรม เพื่อส่งมอบให้ฝ่ายบัญชีและการเงิน
6.4 การรับและให้ของขวัญ ค่ารับรอง ค่าบริการต่างๆ หรือประโยชน์อื่นใด
ของขวัญ หมายถึง ทรัพย์สิน หรือสิ่งของใดๆ สินค้า บริการ ของกำนัล ของที่ระลึก ที่มอบให้แก่กันตามประเพณีนิยมในมูลค่าที่เหมาะสม
ค่ารับรอง และค่าบริการต่างๆ หมายถึง ค่ารับรองซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมของบริษัท เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี หรือในบางโอกาสเป็นการแสดงออกของมารยาทสังคม ซึ่งค่ารับรอง อาจรวมถึงค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สำหรับการเยี่ยมชมสถานประกอบการ หรือการศึกษาดูงาน ค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม เป็นต้น
บริษัทจึงกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับและให้ของขวัญฯ กระบวนการสอบทานและรายละเอียดการควบคุม ดังต่อไปนี้
- บริษัทตระหนักดีว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบริษัท
- พนักงานสามารถให้/รับของขวัญ แก่/จากบุคคลใดๆ ได้ หากเข้าเงื่อนไขทุกข้อดังต่อไปนี้
- ไม่เป็นการกระทำโดยตั้งใจเพื่อครอบงำ ชักนำ หรือ ตอบแทนบุคคลใดๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบใดๆ ผ่านการกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจนหรือแอบแฝงเพื่อให้ได้มาซึ่งการช่วยเหลือหรือผลประโยชน์
- เป็นการให้ในนามบริษัท ไม่ใช่ในนามของพนักงาน
- ไม่เป็นของขวัญที่อยู่ในรูปของเงินสดหรือสิ่งเทียบเท่าเงินสด (เช่น บัตรของขวัญหรือบัตรกำนัล)
- เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตรุษจีน หรือปีใหม่ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปกติ
- เป็นการให้เปิดเผย ไม่ปกปิด
- การเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญาทางธุรกิจสามารถกระทำได้ แต่ต้องใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผล สามารถตรวจสอบได้และปฏิบัติตามขั้นตอนตามข้อกำหนดค่าใช้จ่ายในการทำงาน
- พนักงานสามารถรับของขวัญซึ่งมีมูลค่าได้ไม่เกิน 5,000 บาท ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิเสธและจะต้องรับของขวัญซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า 5,000 บาท ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยใช้แบบรายงานการรับของขวัญ (เอกสารแนบ 2) และนำส่งของขวัญดังกล่าวแก่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อนำไปเป็นของรางวัลให้แก่พนักงานหรือบริจาคเพื่อการกุศลตามความเหมาะสม
6.5 ค่าอํานวยความสะดวก (Facilitation Payments)
ค่าอำนวยความสะดวก หมายถึง ค่าใช้จ่ายจํานวนเล็กน้อยที่จ่ายแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างไม่เป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะดําเนินการตามกระบวนการ หรือเป็นการกระตุ้นให้ ดําเนินการรวดเร็วขึ้น โดยกระบวนการนั้นไม่ต้องอาศัยดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นการกระทําอันชอบด้วย หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น รวมทั้งเป็นสิทธิที่นิติบุคคลพึงจะได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว เช่น การขอใบอนุญาต การขอหนังสือรับรอง และการได้รับการบริการสาธารณะ โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
- บริษัทมีนโยบายที่จะไม่จ่ายและรับค่าอํานวยความสะดวกหรือเงินให้สินบน
- หากพนักงานได้รับการร้องขอให้จ่ายเงินในนามของบริษัท พนักงานควรระมัดระวังว่าการจ่ายเงินดังกล่าวนั้น และต้องพิจารณาด้วยว่าการจ่ายเงินนั้นกระทําไปเพื่ออะไร และจํานวนเงินที่จ่ายเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการ หรือไม่ พนักงานควรขอใบเสร็จซึ่งมีรายละเอียดเหตุผลในการจ่ายเงิน หากพนักงานมีข้อสงสัย ข้อกังวล หรือคําถาม ใดๆ เกี่ยวกับการจ่ายเงินนั้นควรแจ้งผู้บังคับบัญชาตามสายงานทราบ
- ค่าสินบนเป็นการจ่ายเงินตอบแทนการให้ความช่วยเหลือหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจ พนักงานต้องหลีกเลี่ยง กิจกรรมใดๆ ที่อาจนําไปสู่หรือสื่อว่าบริษัทได้จ่ายหรือรับค่าอํานวยความสะดวกหรือเงินให้สินบน
6.6 การจ้างพนักงานรัฐ (Revolving Door)
การจ้างพนักงานรัฐ หมายถึง การว่าจ้างบุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานรัฐ ได้แก่ ข้าราชการ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ พนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือบุคคลผู้ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นที่มิใช่ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ รวมถึงกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษา และลูกจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ และบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่ง ใช้อํานาจหรือได้รับมอบหมายให้ใช้อํานาจทางการปกครองของรัฐในการดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ กิจการอื่นของรัฐ โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
- ในการจ้างพนักงานรัฐมาเป็นกรรมการหรือพนักงานในตําแหน่งใดๆ ของบริษัท หรือบริษัทในเครือ บุคคลดังกล่าวจะต้องพ้นตําแหน่งจากการเป็นพนักงานรัฐแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้การจ้าง พนักงานรัฐเป็นการตอบแทนการได้มาซึ่งประโยชน์ใดๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น การ ขัดแย้งทางผลประโยชน์ การกํากับดูแลของภาครัฐอย่างไม่เป็นกลาง หรือการผลักดันให้รัฐเอื้อประโยชน์แก่องค์กร
- ในกรณีว่าจ้างบุคคลที่เคยเป็นพนักงานรัฐ มาเป็นกรรมกาหรือพนักงานในตําแหน่งใดๆของบริษัท หรือของบริษัทในเครือ จะต้องมีการตรวจสอบประวัติ เพื่อตรวจสอบสิ่งที่อาจเป็นประเด็นความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ก่อนแต่งตั้ง
- ในกรณีที่พนักงานบริษัทหรือพนักงานบริษัทในเครือ ประสงค์จะไปทํางานด้านนโยบายใน ภาครัฐ พนักงานดังกล่าวจะต้องพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัทหรือของบริษัทในเครือก่อน เพื่อป้องกันประเด็นการเอื้อประโยชน์โดยมิชอบแก่องค์กร
- ให้เปิดเผยข้อมูลการจ้างพนักงานรัฐไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดความโปรงใส่
6.7 บริษัทและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจ
- บริษัทย่อยและบริษัทในเครือที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม
บริษัทจะแจ้งและให้การสนับสนุนให้บริษัทย่อยและบริษัทในเครือที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุมปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่น
- ตัวแทนและตัวกลางทางธุรกิจ
ห้ามพนักงานว่าจ้างตัวแทนหรือตัวกลางทางธุรกิจใดๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำการให้สินบนหรือการคอร์รัปชั่น
- ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ให้บริการและผู้รับเหมา
บริษัทจะจัดให้มีการจัดซื้อจัดหาสินค้า/บริการด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส รวมทั้งจะดำเนินการประเมินเพื่อคัดเลือกผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ให้บริการและผู้รับเหมาด้วยความรอบคอบ ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ให้บริการและผู้รับเหมารับทราบนโยบายฉบับนี้ และบริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะบอกยกเลิกการจัดซื้อและว่าจ้างหากพบว่าผู้จัดจำหน่ายสินค้า/ให้บริการและผู้รับเหมากระทำการคอร์รัปชั่นหรือให้สินบน
- การประเมินความเสี่ยงของการคอร์รัปชั่น
- การประเมินความเสี่ยงถือเป็นรากฐานของมาตรการต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่น ดังนั้น ผู้บริหารทุกคนจะต้องมีความเข้าใจว่ากระบวนการทางธุรกิจของบริษัทมีความเสี่ยงจากการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นได้อย่างไร เพื่อจัดการความเสี่ยงดังกล่าว
- ฝ่ายบริหารจะต้องประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่นที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อยปีละครั้ง) รวมทั้งทบทวนมาตรการจัดการความเสี่ยงที่ใช้อยู่ให้มีความเหมาะสมที่จะป้องกันความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ทั้งนี้ การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- การเตรียมการเพื่อกำหนดเกณฑ์การวัดความเสี่ยงในด้านผลกระทบ (Impact) และโอกาสที่จะเกิด (Likelihood of Occurrence) รวมทั้งกำหนดระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite)
- การระบุความเสี่ยง ระบุการควบคุมภายในที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประเมินระบบการควบคุมภายในที่มีอยู่ในปัจจุบัน การวิเคราะห์ความรุนแรงและโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง
- การจัดหามาตรการเพื่อลดความเสี่ยงลงให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ หากมาตรการควบคุมภายในที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน ไม่เพียงพอต่อการป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริต
- ต้องติดตามขอหลักฐานการให้เงินสนับสนุน เช่น หนังสือขอบคุณ ใบเสร็จรับเงิน หรือ ภาพถ่ายกิจกรรม เพื่อส่งมอบให้ฝ่ายบัญชีและการเงิน
8. การควบคุม
8.1 บริษัทจะรักษาระบบการควบคุมภายในให้มีประสิทธิผลเพื่อต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่น ซึ่งครอบคลุมถึงการถ่วงดุลและการตรวจสอบระหว่างกันด้านบัญชี การจัดเก็บข้อมูลรวมถึงกระบวนการทางธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้
8.2 บริษัทจัดให้มีการควบคุมภายในที่เหมาะสม สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม
8.3 ระบบการควบคุมทั่วองค์กร ประกอบด้วย จรรยาบรรณทางธุรกิจ นโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น การสอบทานของฝ่ายตรวจสอบภายใน นโยบายการบริหารงานบุคคล ตั้งแต่การว่าจ้าง การกำหนดค่าตอบแทนและการลงโทษทางวินัย การบันทึกและรายงานข้อมูลทางบัญชีและการเงินอย่างถูกต้องและเป็นจริง
- การบันทึกและเก็บรักษาข้อมูล
9.1 บริษัทมีนโยบายที่จะปฏิบัติตามมาตรฐาน หลักการ รวมทั้งกฎหมายที่บังคับใช้เกี่ยวกับการรายงานข้อมูลทางบัญชีและการเงิน
9.2 ค่าใช้จ่ายทุกประเภทจะต้องมีเอกสารประกอบ รวมทั้งประเภทของเอกสาร สถานที่และระยะเวลาในการจัดเก็บรักษาข้อมูลของบริษัทจะต้องเป็นไปตามระเบียบบริษัท กฏหมายบัญชี และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
9.3 บริษัทไม่อนุญาตให้มีการบันทึกข้อมูลที่เป็นเท็จ ผิดหลักการ ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง หรือทำการตกแต่งบัญชี รวมทั้งจะต้องไม่มีบัญชีนอกงบการเงินเพื่อใช้สนับสนุนหรือปกปิดการจ่ายเงินที่ไม่เหมาะสม
9.4 บริษัทมีระบบการเก็บรักษาและป้องกันข้อมูล โดยกำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง จัดเก็บเอกสาร บันทึกต่าง และรายงานทางการเงินเป็นหมวดหมู่เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลดังกล่าวมีระบบการเก็บรักษาที่มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้
- ทรัพยากรบุคคล
บริษัทจะนำนโยบายฉบับนี้มาใช้เป็นส่วนหนึ่ง ในการบริหารงานบุคลากรของบริษัทซึ่งรวมถึงการ สรรหา การฝึกอบรม การประเมินผลงาน การให้ค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่ง
- การอบรมและการสื่อสาร
พนักงานทุกคนจะได้รับการอบรมเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตระหนักถึงนโยบายฉบับนี้ โดยเฉพาะรูปแบบต่างๆ ของการทุจริตให้สินบน ความเสี่ยงจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้สินบน ตลอดจนวิธีการรายงานกรณีพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการให้สินบนหรือคอร์รัปชั่น
พนักงานทุกคนจะได้รับสำเนานโยบายฉบับนี้ เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าได้รับทราบและเข้าใจถึงนโยบายของบริษัทในการต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ ยังสามารถหาอ่านนโยบายรวมทั้งข้อมูลล่าสุดที่ปรับปรุงแก้ไขได้จากเว็บไซต์ของบริษัท www.cenplc.com บริษัทจะแจ้งให้พนักงานทราบหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สำคัญ
การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฐมนิเทศหรือก่อนการเข้ารับตำแหน่งของพนักงานใหม่ทุกคนของบริษัท
- กรณีมีข้อสงสัย
หากพนักงานคนใดเกิดความไม่มั่นใจว่าการกระทำใด อาจเข้าลักษณะเป็นการทุจริตให้สินบนหรือ การคอร์รัปชั่น หรือในกรณีที่มีคำถามหรือข้อสงสัย พนักงานควรปรึกษากับผู้บังคับบัญชาโดยตรง
- การรายงานการพบเห็นการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่น
หากพนักงานมีข้อสงสัยหรือมีหลักฐานว่ามีพนักงานหรือบุคคลซึ่งกระทำการในนามบริษัท ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตให้สินบนหรือการคอร์รัปชั่น จะต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที หรือรายงานผ่านช่องทางการแจ้งเบาะแสของบริษัท เมื่อบริษัทได้รับการรายงานแล้ว จะดำเนินการอย่างจริงจัง และจะไม่ดำเนินการลงโทษใดๆ กับพนักงานที่ให้ข้อมูลด้วยเจตนาสุจริต
- การปกป้องดูแลพนักงาน
14.1 บริษัทให้ความมั่นใจกับพนักงานว่าจะไม่มีพนักงานคนใดต้องถูกลดตำแหน่ง ลงโทษหรือได้รับผลกระทบใดๆ จากการปฏิเสธการให้สินบนถึงแม้ว่าการปฏิเสธดังกล่าวจะทำให้บริษัทสูญเสียธุรกิจ หรือพลาดโอกาสในการได้ธุรกิจใหม่ บริษัทเชื่อว่านโยบายไม่ยอมรับการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นอย่างสิ้นเชิงจะช่วยสร้างคุณค่าให้แก่บริษัท นอกจากนี้ บริษัทไม่ยินยอมให้ผู้ใดมากระทำการข่มขู่ คุกคาม หรือหน่วงเหนี่ยวพนักงานที่ตั้งใจปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้
14.2 หากพนักงานเชื่อว่าตนเองถูกข่มขู่ คุกคาม หรือหน่วงเหนี่ยว ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือ หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลโดยทันที และหากว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข ให้รายงานผ่านช่องทางการแจ้งเบาะแสของบริษัท
- การฝ่าฝืนนโยบาย
บริษัทจะดำเนินการลงโทษทางวินัยแก่พนักงานผู้ฝ่าฝืนการปฏิบัติตามนโยบายนี้ รวมถึงผู้บังคับบัญชาโดยตรงที่เพิกเฉยต่อการกระทำผิดหรือรับทราบว่ามีการกระทำผิดแต่ไม่ดำเนินการจัดการให้ถูกต้อง ซึ่งมีบทลงโทษทางวินัยจนถึงขั้นให้ออกจากงาน การไม่ได้รับรู้ถึงนโยบายฉบับนี้และ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ปฏิบัติตามได้
- การกำกับติดตามและสอบทาน
สำนักตรวจสอบภายใน จะตรวจสอบระบบการควบคุมภายในและกระบวนการต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการควบคุมภายในมีประสิทธิผลในการต่อต้านการทุจริตให้สินบนและการคอร์รัปชั่น ทั้งนี้จะหารือผลการตรวจสอบร่วมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางกรแก้ไขที่เหมาะสม และจะรายงานให้ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบได้รับทราบต่อไป
- ขอบเขตการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชั่น
เมื่อมีข้อสงสัยหรือพบเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืน หลักปฏิบัติที่ดีในเรื่องต่อไปนี้
- การกระทำที่ทุจริตที่เกี่ยวข้องกับองค์กร โดยทางตรง หรือทางอ้อม เช่น พบเห็นบุคคลในองค์กร ติดสินบน/รับสินบน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชน
- การกระทำที่ผิดขั้นตอนตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของบริษัท จนทำให้สงสัยว่า อาจจะเป็นช่องทางในการทุจริต
- การกระทำที่ทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์ กระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท
- การกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม และจรรยาบรรณทางธุรกิจ
- การฝ่าฝืนการปฏิบัติตามหลักการและแนวปฏิบัติของนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
- การได้รับความไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติงาน
- ช่องทางการรับแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่น
คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ กรรมการผู้จัดการ และ/หรือ ประธานกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ เลขานุการบริษัท เป็นผู้พิจารณารับเรื่องแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียน การกระทำที่อาจทำให้เกิดความสงสัยได้ว่าเป็นการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นกับบริษัทโดยทางตรง หรือทางอ้อม โดยผ่านช่องทางการรับเรื่องที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้
โดยผู้ร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ส่งมายังช่องทางรับเรื่อง ดังนี้
- แจ้งผ่านช่องทาง อีเมล์ของ
2. ส่งไปรษณีย์ ปิดผนึก มายัง
- คุณลภัสรินทร์ ไกรวงษ์วณิชรุ่ง “รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” หรือ
- ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล “ประธานกรรมการตรวจสอบ”หรือ
- คุณจันทรัษฎ์ สอดส่องจิตร์ “เลขานุการบริษัท”
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)
1011 อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ ชั้น 17 ห้องเลข 1703,1704 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
บุคคลที่สามารถแจ้งเบาะแส หรือผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต คือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของบริษัท ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ ภาครัฐบาล ชุมชน สังคม ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ทั้งนี้ ไม่ว่าท่านจะแจ้งด้วยวิธีใดดังกล่าวข้างต้น จะได้รับการปกป้องและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย หรือแนวทางที่บริษัทกำหนดไว้
- มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียน หรือผู้แจ้งเบาะแส การทุจริตคอร์รัปชั่นและการรักษาความลับ
- บริษัทจะเก็บข้อมูลและปกปิดชื่อ ที่อยู่หรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูลได้ และเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ โดยจำกัดเฉพาะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
- ผู้ได้รับข้อมูลจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูล ข้อร้องเรียนและเอกสารหลักฐานของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
- บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเสียหายของผู้รายงานแหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม
- การแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียน การดำเนินการสืบสวนและบทลงโทษ
|
กระบวนการแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียน
1. Website ของบริษัท
2. จรรยาบรรณทางธุรกิจ
|
|
แจ้งคณะกรรมการบริหารรับทราบในการประชุม
คณะกรรมการบริหารครั้งถัดไป
|
|
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ กรรมการผู้จัดการ และ/หรือ ประธานกรรมการตรวจสอบ และ/หรือเลขานุการบริษัท ตรวจสอบ และนำขอร้องเรียนหารือร่วมกัน
เพื่อดำเนินการต่อไป ภายใน 5 วันทำการ
|
|
รายงานคณะกรรมการบริษัท เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน
ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป
|
|
รายงาน
คณะกรรมการบริษัท
เพื่อรับทราบผลการดำเนินการ
|
|
แหล่งที่มาของเบาะแส หรือ ข้อร้องเรียน
|
|
ร้องเรียนผ่านประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ กรรมการผู้จัดการ และ/หรือ ประธานกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ เลขานุการบริษัท ผ่านทางอีเมล์ หรือจดหมาย
|
ในกรณีที่มีประเด็นเรื่องการทุจริตและคอร์รัปชั่นที่ต้องรายงานประเด็นที่พบอย่างเร่งด่วน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ กรรมการผู้จัดการ จะดำเนินการแจ้งขอร้องเรียนทางอีเมล์ต่อคณะกรรมการบริษัททุกท่าน เพื่อปรึกษาหารือในเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ในการดำเนินการจัดการหาข้อสรุปกับประเด็นที่พบ
หากสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ข้อมูลหรือหลักฐานที่มี มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาได้กระทำการคอร์รัปชั่น หรือทุจริตจริง บริษัทจะให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหา ได้รับทราบข้อกล่าวหา และให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหา พิสูจน์ตนเอง โดยการหาข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมที่แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำอันทุจริต ตามที่ได้ถูกกล่าวหา
หากผู้ถูกร้องเรียน ได้กระทำการทุจริตจริง การทุจริตนั้นถือว่าเป็นการกระทำผิดนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น จะต้องได้รับการพิจารณา โทษทางวินัย ตามระเบียบที่บริษัทกำหนดไว้ และหากการกระทำทุจริตนั้นผิดกฎหมาย ผู้กระทำความผิดอาจจะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย ทั้งนี้โทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัท คำตัดสินของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ/หรือ กรรมการผู้จัดการ ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
- การเผยแพร่นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น
เพื่อให้ทุกคนในองค์กรได้รับทราบนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น บริษัทจะดำเนินการดังต่อไปนี้
- บริษัทจะติดประกาศนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ณ กระดานประชาสัมพันธ์ของบริษัททุกแห่ง
- บริษัทจะเผยแพร่นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท เช่น จดหมาย-อิเล็คทรอนิกส์ (e-mail) เว็บไซต์บริษัท รายงานการเปิดเผยข้อมูลประจำปี 56-1 One Report และแผ่นพับ เป็นต้น
- บริษัทจะจัดให้มีการอบรมนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ให้แก่พนักงานใหม่ และบรรจุลงในคู่มือพนักงาน
- บริษัทจะทบทวนนโยบายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น อย่างสม่ำเสมอทุก 1 ปี
นโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป
................................................
(ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล)
ประธานกรรมการบริษัท
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)